Page 5 - ผลการศึกษารัฐธรรมนูญกับธรรมนูญสุขภาพ
P. 5

(มาตรา ๔๘) นอกจากนี้ ใหคสช.มีหนาที่ทบทวนธรรมนูญวาดวยระบบสุขภาพแหงชาติอยางนอยทุกหาป

               (มาตรา๔๖)

                                ๔.๔) ประกาศ คสช.เรื่องหลักเกณฑและวิธีการประเมินผลกระทบตอสุขภาพที่เกิด
               จากนโยบายสาธารณะ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๙ มีวัตถุประสงค“เพื่อสรางความเขาใจในหลักการและ
               วิธีการนําเอาการประเมินผลกระทบตอสุขภาพไปประยุกตใชบนหลักการการมีสวนรวม ซึ่งมีคุณคา

               เหนือกวาการดําเนินการตามกฎเกณฑที่ระบุเปนลายลักษณอักษรเทานั้น” โดยมุงหวังวาหนวยงาน
               องคกร ชุมชน ทองถิ่นที่ตองการนําการประเมินผลกระทบตอสุขภาพไปใชในการกําหนดหรือพัฒนา

               นโยบายสาธารณะขององคกรตน ซึ่งสามารถนําไปปรับใชไดอยางหลากหลาย และที่เฉพาะเจาะจง ตาม
               ความเหมาะสม สอดคลองกับบริบทของพื้นที่และกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายของแตละองคกรได

                                โดยมีสาระ การกําหนดสถานะความมุงหมายหรือประโยชนของการทํา  HIA  แบง

               ออกเปน ๔ ลักษณะ (คือ แบบเชิงรุก แบบทําเมื่อไดดําเนินการไปแลว ทําเมื่อมีการรองเรียน และแบบทํา
               เพื่อความยั่งยืน) ขั้นตอนการประเมิน ๖ ขั้นตอน การกําหนดกรอบการวิเคราะห การกําหนดหลักเกณฑ
               การติดตามและการประเมินผล HIA กระบวนการสนับสนุนการประเมินผลกระทบตอสุขภาพ และกําหนด

               บทบาทของกลไกที่เกี่ยวของกับการประเมินผลกระทบตอสุขภาพตามกฎหมายวาดวยสุขภาพแหงชาติ

                           ขอเสนอเชิงนโยบายระยะเรงดวน

                           ดวยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ(ฉบับที่ผานประชามติ) โดยเฉพาะ    บทเฉพาะกาล  ไดมีการ
               กําหนดการคุมครองสิทธิดานสุขภาพ และภารกิจเรงดวนในการตรากฎหมายหลายฉบับเพื่อรองรับการ

               ปฏิบัติการใหเปนไปตามรัฐธรรมนูญ จึงมีขอเสนอสําหรับคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ และ สํานักงาน
               คณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ ดังนี้

                            (๑) การตรากฎหมายวาดวยระบบการประเมินผลกระทบดานสิ่งแวดลอมและสุขภาพ

               ตามมาตรา๕๘ภายใตบทเฉพาะกาล มาตรา๒๗๘ ซึ่งกําหนดใหคณะรัฐมนตรีมอบหมายใหหนวยงานของ
               รัฐที่เกี่ยวของ เรงดําเนินการยกรางกฎหมายใหแลวเสร็จและเสนอตอสภานิติบัญญัติแหงชาติภายใน

               ๒๔๐ นับแตวันประกาศใชรัฐธรรมนูญนี้ จึงมีขอเสนอใหคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ(คสช.)และ
               สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ (สช.) ในฐานะหนวยงานของรัฐและมีอํานาจหนาที่ตามมาตรา
               ๒๕(๕) และมาตรา ๑๑ แหงพระราชบัญญัติสุขภาพแหงชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ เปน แกนกลางในการประสาน

               ความรวมมือกับหนวยงานที่เกี่ยวของ อันไดแก กระทรวงสาธารณสุข (กรมอนามัย กรมควบคุมโรค) และ
               กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม กระทรวงอุตสาหกรรม เปนตน และภาคสวนอื่นๆที่

               เกี่ยวของ เพื่อพิจารณาวางกรอบแนวทางเกี่ยวกับหลักเกณฑและวิธีการติดตามและการประเมินผล
               กระทบตอสุขภาพ ที่เปนระบบ ชัดเจน และสามารถนําไปสูการปฏิบัติงานไดอยางเปนจริง โดยอาศัย
               ประกาศหลักเกณฑฯฉบับที่ ๒ พ.ศ.๒๕๕๙ (ที่“คณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผล

               กระทบตอสุขภาพ” จัดทําขึ้น) ทั้งฉบับเปนแนวทางในการยกรางเปนกฎหมายวาดวยระบบการ
               ประเมินผลกระทบดานสิ่งแวดลอมและสุขภาพ เพื่อใหหลักเกณฑและวิธีการตามประกาศฯดังกลาว มีผล

               ปฏิบัติที่เปนจริงภายใตเงื่อนไขเพิ่มเติมดังนี้
                              (ก) กําหนดใหเปนหนาที่ของหนวยงานของรัฐที่ตองปฏิบัติตามลักษณะและประเภทของ
               นโยบาย โครงการ ที่ตองจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบตอสุขภาพตามกฎหมาย หรือกรณีที่ไมตอง
   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10